สุรศักดิ์ เร่งดัน ไทยเที่ยวไทย พลัส ยัน 1 ต.ค. มาแน่ ปักธงรายได้ปี 69 โตบวก
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 15:18อ่าน 3 นาที

สุรศักดิ์ หวังดันไทยเที่ยวไทย เข้าครม. เดือน ก.ย.นี้ ยัน 1 ต.ค. มาแน่ ปักธงรายได้ทั้งปี 69 โตบวก เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศไทย ผ่านโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส
ล่าสุดอยู่ระหว่างการสรุปแนวทางโครงการให้ชัดเจน โดยคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเริ่มต้นใช้งานจริงภายในวันที่ 1
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตุลาคม ทันที โดยรายละเอียดอเบื้องต้นได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีปรับเปลี่ยนในรายละเอียดเล็กน้อย
เพื่อให้สามารถกระจายอานิสงส์เชิงบวกใหเ้กับผู้ประกอบการทั้งมิติของภาคการท่องเที่ยวได้อย่างครบถ้วน นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รูปแบบการดำเนินโครงการในเบื้องต้น
ยังเป็นการเน้นช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก โดยโครงการไทยเที่ยวไทย พลัสในเฟสนี้ รัฐบาลจะใช้กลไกผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง
สถานการณ์ล่าสุด
เป็นการสนับสนุนรูปแบบเงินสมทบในการออกเดินทางท่องเที่ยวที่ 50% และประชาชนใช้สิทธิจ่ายเองอีก 50% สูงสุดกำหนดไว้ที่ 5 สิทธิต่อคน จำนวนทั้งหมด 5 แสนสิทธิเพื่อนำร่องก่อน
หากการตอบรับดีจะขยายเฟสเพิ่มอีกแน่นอน โดยไฮไลท์สำคัญของโครงการในครั้งนี้คือ การขยายสิทธิคูปองปรับเพิ่มมูลค่าคูปองดิจิทัลในการสนับสนุนเป็น 1,000 บาท
เปิดกว้างให้ใช้ได้มากกว่าร้านอาหาร ครอบคลุมถึงบริการนวดสปา ร้านของที่ระลึก และธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวและการหมุนเวียนเศรษฐกิจได้มากที่สุด “โครงการไทยเที่ยวไทย พลัส จะสามารถดำเนินการได้ก่อน ส่วนมาตรการอุดหนุน (Subsidize)
ราคาตั๋วเครื่องบินนั้น เบื้องต้นไม่สามารถใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ได้ จึงจำเป็นต้องใช้งบกลางปี 2570 ซึ่งจะสามารถเริ่มดำเนินการได้หลังจากวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป
ซึ่งจะต้องมีการหารือกีนในรายละเอียดที่ชัดเจนของโครงการอีกครั้ง” นายสุรศักดิ์ กล่าว นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มรายได้การท่องเที่ยวไทยปี 2569 นี้ ยังคงเชื่อว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จะสามารถปิดที่ระดับบวกได้อย่างแน่นอน เมื่อเทียบกับช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนจากเป้าหมายรายได้ที่วางไว้ที่ 2.76 – 3 ล้านล้านบาท
แม้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้อาจยังทำรายได้ไม่ถึงเป้าหมาย 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูง (High spending) โดยเฉพาะกลุ่มตลาดตะวันออกกลาง
ยังไม่กลับมาเต็มที่ เนื่องจากได้รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ภาครัฐต้องเร่งดึงตลาดในประเทศเข้ามาช่วยรักษาสมดุลและรักษาโมเมนตัมเอาไว้ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า
สำหรับความกังวลด้านความมั่นคง จากกรณีเหตุความไม่สงบและระเบิดบริเวณชายแดนมาเลเซียนั้น เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นและการเดินทางของนักท่องเที่ยวมาเลเซียในช่วงวันชาติมาเลเซีย
เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่จำกัดและเป็…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



