สธ.เผยผลสอบ ‘หมอพร้อม’ พบข้อมูลโยงเบิกงบ 0.3% บางกรณีเรียกเงินคืนแล้ว
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 13:57อ่าน 3 นาที

สธ.เผยผลสอบ ‘หมอพร้อม’ พบข้อมูลโยงเบิกงบ 0.3% บางกรณีเรียกเงินคืนแล้ว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย
ประเด็นสำคัญ
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดสธ. นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดสธ. และ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช
หัวหน้าผู้ตรวจราชการสธ. ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีข้อมูลผู้ป่วยในแอพพลิเคชัน “หมอพร้อม” ภายหลังได้มีการตรวจสอบเบื้องต้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เร่งทวนสอบข้อมูลจากหน่วยบริการทั่วประเทศ และรายงานผลความคืบหน้า ดร.นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับข้อมูลจากการตรวจสอบ
สรุปไว้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พบว่ามีผู้แจ้งเรื่องเข้ามาทั้งสิ้น 7,164 คน และมีรายการที่ร้องขอให้ตรวจสอบ 18,052 รายการ เฉลี่ยประมาณ 2.5 รายการต่อคน โดยบางรายมีการแจ้งซ้ำหลายครั้ง
โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ทุกหน่วยบริการในพื้นที่ตรวจสอบ โดยเริ่มดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ดร.นพ.โสภณ กล่าวว่า ผลการตรวจสอบพบว่า
สถานการณ์ล่าสุด
สถานบริการที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียน 40% เป็น รพ.สต. ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และ 18.8% เป็น รพ.สต. ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมกันเกือบ 60% ซึ่งเป็นบริการระดับปฐมภูมิ
นอกจากนี้เป็นโรงพยาบาลชุมชนมีสัดส่วนประมาณ 24% และส่วนที่เหลือเป็นโรงพยาบาลทั่วไปและหน่วยบริการอื่น ๆ เมื่อพิจารณาลักษณะของคำร้อง พบว่า 71% เกี่ยวข้องกับบริการด้านการคัดกรอง
ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ซึ่งเป็นการดำเนินงานเชิงรุก ไม่ใช่การรักษาอาการเจ็บป่วยโดยตรง ในจำนวนคำร้องที่มีข้อมูลครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้ 16,346 รายการ พบว่าเกือบ 36%
มุมมองและผลกระทบ
เป็นข้อมูลที่ถูกต้องจากต้นทางหน่วยบริการ แต่ประชาชนอาจไม่ทราบหรือจำไม่ได้ เช่น กรณีการตรวจเชิงรุกในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีการตรวจ PCR ในชุมชน
โดยผลการตรวจถูกบันทึกเข้าสู่ระบบ แม้ประชาชนจะไม่ทราบว่าข้อมูลดังกล่าวถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล ดร.นพ.โสภณ กล่าวว่า จะเห็นว่าบริการหลายอย่างเกิดขึ้นในชุมชน ยกตัวอย่าง เช่น
การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในชุมชน ซึ่ง อสม. ลงพื้นที่ให้คำแนะนำการตรวจด้วยตนเอง และมีการบันทึกเป็นบริการด้านส่งเสริมสุขภาพ แม้ไม่ได้มีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่เมื่อข้อมูลปรากฏในแอพพ์อาจไม่ได้แสดงละเอียดว่ามีการไปตรวจที่บ้าน ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน ดร.นพ.โสภณ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านการดำเนินงาน เช่น
การเร่งรัดผลงานตามช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงปลายไตรมาสที่ 1 ของปี และ 2 ซึ่งอาจเกิดความคลาดเคลื่อนจากการบันทึกข้อมูล รวมถึงความผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน เช่น
การเลือกชื่อผู้รับบริการผิดจากระบบ เนื่องจากชื่อซ้ำกัน ซึ่งพบประมาณ 5–7% อีกส่วนหนึ่งประมาณ 6% เป็นกรณีที่ประชาชนเข้าไปตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเอง หรือทดลองใช้งานระบบ เช่น
การกดปุ่มแก้ไขข้อมูล หรือไม่ต้องการให้ข้อมูลปร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



